Arzak: อาหาร รสชาติ การจดจำ และลูกค้า

บ้านตัวทีของเราเป็นสายกิน ทุกแห่งที่เราเลือกเดินทางไปจะสุดแสนยอดเยี่ยมถ้ามีอาหารอร่อยเป็นองค์ประกอบสำคัญของสถานที่แห่งนั้นด้วย เรียกได้ว่าสิ่งนี้เป็น passion ที่เรามีร่วมกันทั้งบ้านก็ว่าได้

เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมาได้ไปเที่ยวสเปน ป๊าของเราก็ไม่พลาดโอกาสที่จะเลือกไปเมืองที่อาหารอร่อยขั้นเทพ (ตามจริงแล้วอาหารสเปนก็อร่อยทุกเมืองอ่ะนะ) อย่าง San Sebastian เมืองที่สายฟู้ดดี้พลาดไม่ได้เด็ดขาด ร้านที่เราเลือกไปนอกจากร้าน pintxos ฝีมือเยี่ยมแล้วก็ตั้งใจไปชิมร้านอาหารในตำนานที่ใครๆ ในโลกแห่งอาหารล้วนแต่ยกย่องสรรเสริญ ร้านมิชลินสามดาวที่มีชื่อว่า Arzak

Arzak คือร้านอาหารที่ได้รับการการันตีระดับมิชลินสามดาวของที่มีเชฟเจ้าของร้านคือ Juan Mari Arzak และลูกสาว เชฟ Elena Arzak ร้านนี้ถือว่าเป็นสถาบันของอาหารสเปนรุ่นใหม่ Arzak มีประวัติคู่แวดวงอาหารสเปนมายาวนานหลายเจนเนอเรชั่น เป็นร้านอาหารที่ได้มิชลินสามดาวมาเนิ่นนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 และยังคงรักษาดาวสามดวงนี้ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการรักษาให้ได้คุณภาพสุดยอดเท่าเดิมต่อเนื่องยาวนานแบบนี้ถ้าไม่แน่จริง ไม่เจ๋งจริง มันไม่มีทางจะเป็นไปได้ เกียรติประวัติของร้านถ้าจะให้ร่ายนี่คงยาวเหยียดเต็มหน้ากระดาษ…แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญที่ตาจะนำมาเล่าให้ฟังกัน

สิ่งดีงามน่าประทับใจของ Arzak นอกจากอาหารอร่อยล้ำเลิศเทคนิคแพรวพราวแบบสุดๆ มีมากมายนับไม่ถ้วน เริ่มต้นตั้งแต่การจองร้าน เพราะปกติเวลาที่บ้านเราไปทานร้านไหนก็จะสอบถามทางร้านล่วงหน้าก่อนเสมอว่าจะพาเด็กเล็กสองคนไปด้วยนะ จะโอเคไหม หลายร้านหรูหราติดดาวมักจะไม่โอเคกับรถเข็นเด็กและเด็กเล็กๆ ร้องเสียงดัง…ซึ่ง to be fair ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าแขกที่มาทานอาหารในร้านต้องการความเป็นส่วนตัวและความสงบ ทางบ้านเราก็ระมัดระวังในจุดนี้มากและจะถามอย่างละเอียดว่าไปได้ไหม ถ้าได้ต้องจองห้องส่วนตัวไหม อย่างไร ต้องหลีกเลี่ยงเวลาไหนไหม แต่เมื่อเราถามคำถามนี้กับทางร้าน Arzak เจ้าหน้าที่ของทางร้านตอบแบบทันท่วงทีว่าได้สิ ร้านเราต้อนรับคนทุกอายุ ไม่มีปัญหาเลย (ตอบแบบว่างงมากว่านี่คือคำถามอะไร // พึงรำลึกไว้เสมอว่านี่คือร้านมิชลินสามดาว) เฮ้ย…เราได้ฟังก็แสนจะดีใจ รีบจองวันเวลาโดยพลัน… โดยก่อนวันเดินทางจริง เราสองคนก็สอนลูกเสมอว่าต้องสุภาพเรียบร้อยในร้านนะลูก เดี๋ยวเค้าไม่ให้เราทาน ลูกอยากทานของอร่อยต้องปฏิบัติตัวดีๆ นะจ๊ะ…

เมื่อถึงวันเวลาตามนัดหมาย เราสี่คนพร้อมไปรอที่ร้านด้วยความตื่นเต้น (คือตื่นเต้นจริงๆ นะ เพราะนี่คือไฮไลท์ของทริปเลยที่ได้มากินอาหารระดับตำนาน) พนักงานของร้านก็มาต้อนรับพวกเราด้วยอัธยาศัยไมตรีจิตที่ดียิ่ง พาไปนั่ง นำน้ำนำเมนูมาให้ (ตามปกติ) เราก็เลือกไปอ่านไป พอจะสั่งอาหารพนักงานสาว (สูงวัย) กลับบอกให้เรารอก่อนๆ เดี๋ยวรอสั่งกับผู้จัดการ ไอ้เราก็รอร้อรอจนสงสัยว่าต้องรอทำไมเพราะเริ่มจะนาน และซีเรียเซเล่ก็เริ่มอยู่ไม่สุขแล้ว พี่ผู้จัดการก็ยังไม่มารับออเดอร์สักที เด็กๆ เริ่มยุกยิกหิวข้าว (ทางป๊าก็ปรามลูกๆ เป็นระยะ) สักพักนึงพี่สาวพนักงานเดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับไข่ของเล่น 2 ฟอง (ไข่ที่มีของเล่นด้านใน) เอามาให้เด็กๆ พร้อมกระดาษระบายสีและกล่องสีไม้ พร้อมบอกว่าเอาไว้เล่นระหว่างรอ…เฮ้ย นี่ร้านมิชลินสามดาวไม่ใช่แม็คโดนัลด์น้า ทำไมน่ารักกับเด็กงี้อ่ะ ทั้งซีเรียและเซเล่นี่ปลาบปลื้มมากแกะไข่มาต่อของเล่นด้านในกันอย่างสนุกสนาน พี่พนักงานก็มาพูดคุยเล่นหัวด้วยอย่างน่ารัก เด็กทั้งสองคนก็ได้เป็นตัวเองอย่างไม่ต้องเกร็งเลย…ยัง อันนี้ยังไม่เท่าไหร่จ้า นี่มันยังเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

เมื่อพี่ผู้จัดการเดินมารับออเดอร์ที่โต๊ะก็สร้างความกระจ่างให้มากๆ ว่าทำไมเราต้องรอพี่คนนี้คนเดียวเท่านั้นสำหรับการรับออเดอร์ให้ลูกค้าทั้งร้าน เพราะพี่ชายมาถึงก็อธิบายทุกเมนูและไวน์ลิสต์ได้อย่างลึกซึ้ง เข้าใจวัตถุดิบ กรรมวิธีการทำ จนคนสั่งกินเห็นภาพ และสอบถามด้วยว่าอาหารที่สั่งนี่จะทานคนเดียวหรือจะแบ่งกัน…ว๊อท??? ถามว่าแบ่งอาหารไหมนี่นะ…นี่มิชลินสามดาวนะ ฟังผิดเปล่าหว่า แต่หม่ามี้ตาฟังไม่ผิดเพี้ยนสักนิดเลยค่า เค้าถามเยี่ยงนั้นจริงๆ ถามย้ำกลับไปว่าสั่งมาแบ่งกันได้เหรอ ดีเลย เพราะกลัวเด็กๆ จะกินไม่หมด พอเราบอกว่าขอสั่งจานนี้มาเพื่อจะแบ่งกันกินกับลูกนะ จานนี้กินคนเดียว พี่ชายก็บอกโอเคเดี๋ยวจัดแบ่งจานมาเป็นพอร์ชั่นสำหรับสองคนมาให้นะ ยูกินจานนี้กับคนนี้ใช่ไหม ส่วนจานนี้สองคนนี้ทานด้วยกันใช่ไหม ฯลฯ คือถามละเอียดมากทุกสิ่งอันไม่ตกหล่นเลย และเมื่อตอนเสิร์ฟก็ให้มหัศจรรย์ใจที่สุดเพราะทางร้านเสิร์ฟแบบแบ่งอาหารมาสองจาน ที่เด็ดคือแต่ละจานจัดแต่งสวยงามในราคาอาหารจานเดียว…เออ เอากับเค้าสิ แน่นอนจริงๆ…มีบางจานที่เป็นอาหารพิเศษของแถบ Basque ก็มีกำชับก่อนจะเสิร์ฟด้วยว่ารสชาติมันเฉพาะตัวมากน้า ใครชอบก็จะชอบเลยไม่ชอบก็จะทานไม่ได้ คือถ้ายูทานแล้วไม่ชอบเมนูนี้ก็บอกได้เลยนะ เดี๋ยวไอเปลี่ยนเมนูให้…ว๊อท??? พี่ใจดีใจกว้างเป็นแม่น้ำมากกกค่า คุณน้องทานร้านดาวๆ แบบนี้มาก็หลายร้านไม่เคยเจอะเคยเจอ มีเมนูหนึ่งที่นอกจากพี่จะแบ่งมาเป็นสองจานแบบสวยงามเสมอกันให้แล้ว น้ำซ๊อสในเมนูนั้นก็อร่อยแบบลืมกลืนไปอีก ซีเรียและเซเล่ชอบซ๊อสแบบขั้นสุดปาดกินไม่มีเหลือ พี่สาวพนักงานผู้ดูแลโต๊ะเห็นดังนั้นก็เลยเดินมาถามเด็กๆ ว่าชอบน้ำซ๊อสใช่ไหม อร่อยมากนะ เดี๋ยวไอเอามาให้อีกพร้อมขยิบตาส่งซิกแบบน่ารัก คล้อยหลังไปไม่นานพี่สาวก็เอาซ๊อสเทมาแบบเต็มที่ใส่จานใหม่อีกจานเพื่อกินกับขนมปังให้เลย…นี่มันคืออะไรค่ะคุณพี่ พี่สาวใจดีแบบขั้นสุดอ่า ตอนสั่งของหวาน เพราะป๊ากับหม่ามี้สั่งของหวานไปแล้วเด็กๆ ชอบมากทานจนเกลี้ยง (คืออร่อยแบบที่สุดของที่สุดของที่สุด) พี่สาวผู้ดูแลโต๊ะเราเลยแถมไอศกรีมให้กับเด็กๆ อีกคนละลูกเป็นพิเศษเข้าไปอีก…คือแบบ ไม่ตกหลุมรักนี่ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วอ่า

แต่ที่พีคยิ่งกว่าพีคคือที่ร้าน Arzak เค้าไม่ได้ดีงามน่ารักเฉพาะกับบ้านเราบ้านเดียวเท่านั้นนะคะ เราไม่ได้พิเศษค่ะ เพราะทั้งร้านเค้าดีงามน่ารักอย่างนี้และแบบนี้กับลูกค้าทุกคน ทุกเพศ และทุกวัย ย้ำว่าทุกวัยเลย เพราะโต๊ะเยื้องกับโต๊ะเราคือคุณแม่ลูกอ่อนมาทานอาหารกลางวันกับเพื่อนพร้อมกับลูกเบบี้อายุไม่เกินเจ็ดเดือน ซึ่งตอนเบบี้ตื่นนอนร้องลั่นสนั่นร้านแบบสุดๆ ก็ไม่มีสต๊าฟคนไหนส่งสายตาเย็นชาประหัตประหารเพื่อกดดันคุณแม่ลูกอ่อนโต๊ะนั้นเลยสักคนเดียว ตรงกันข้ามพนักงานทุกคนช่วยกันเดินเข้าไปดู ไปเข็นรถ Elena เชฟคนเก่งเจ้าของร้านเองก็เดินไปทักทายและเล่นกับเด็กน้อยด้วย // Elena ผู้ที่ได้รับรางวัลสุดยอดเชฟผู้หญิงของโลกและหัดเข้าครัวช่วยพ่อตั้งแต่อายุ 11 ขวบ (Elena ได้รับรางวัล Best Female Chef in the World ในปี 2012 และเป็นเชฟมิชลินสามดาวที่เป็นผู้หญิงคนแรกๆ ของโลกอีกด้วย) ก็เป็นเชฟคนสวยที่น่ารักมากๆ อัธยาศัยไมตรีดีงาม ทักทายและพูดคุยสนทนา (จริงๆ) กับแขกทุกโต๊ะอย่างเป็นกันเอง…เฮ้ย มันเป็นประสบการณ์ที่ปลื้มปริ่มประทับใจมากกกอ่ะค่ะ บอกตรงๆ

ป๊าผู้แสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับร้านนี้เยอะมากก่อนไปเล่าให้ฟังว่า ปรัชญาของ Juan Mari Arzak เชฟผู้เป็นตำนานของอาหารสเปนยุคใหม่ ผู้ที่ทำให้ร้าน Arzak โด่งดังเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก และ Elena Arzak เชฟผู้ลูกคนสวย คือ ต้องการให้ร้าน Arzak เป็นร้านอาหารที่คนทั่วไปใครก็มาทานได้ คนธรรมดาๆ ที่รักอาหารทำงานเก็บสตางค์เพื่อมากินอาหารที่ร้านสักปีละครั้ง เป็นร้านที่ต้อนรับทุกคน ซึ่งคนมาทานจะได้ความปลาบปลื้มประทับใจและอิ่มเอมในอาหารที่เลือกสรรและปรุงอย่างปราณีตบรรจงกลับไป และความตั้งใจเหล่านี้มันก็ได้สะท้อนออกมาในทุกๆ องศาของร้าน Arzak ตั้งแต่พนักงานต้อนรับ พนักงานดูแลด้านอาหาร เชฟ ไล่มาจนถึงวัตถุดิบที่ใช้ วิธีการปรุงอาหาร สไตล์อาหารที่เสิร์ฟ รูปลักษณ์ รสชาติ การบริการ และการต้อนรับลูกค้าประหนึ่งเพื่อนสนิทมาเยี่ยมเยือนบ้าน ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เมื่อมารวมพลังกันในประสบการณ์เดียวมันช่างล้ำค่ามากๆ มันเต็มตื้นในจิตใจผู้รับบริการในทุกมิติ สร้างให้เกิดประสบการณ์ที่เราจะจดจำไปตลอดจริงๆ

ตัวเราอยากจะให้คนจำเราในรูปแบบไหน…สิ่งที่เราคิด ออกแบบ กระทำ แสดงออก มีปฏิสัมพันธ์ เคารพ เห็นอกเห็นใจและเข้าใจผู้อื่น ล้วนแล้วแต่มาผลกับภาพลักษณ์ กำหนดทัศนคติและการทำงานของลูกน้อง และล้วนส่งผลต่อมุมมองที่คนอื่นหรือลูกค้ามองเราทั้งสิ้นนะคะ ไม่ว่าจะเป็นในฐานะร้านอาหาร เชฟ หรือในฐานะบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งที่ร้าน Arzak ทุกจุดสัมผัสของอาหารและการบริการกำเนิดมาจากความเคารพในคนกินอาหารจริงๆ…ถ้าเก็บตังค์ได้ก็อยากยกครอบครัวไปอีกเลยค่า ^^

#arzak
#sansebastian
#Basquecountry
#modernspanishculinary
#worldbestrestaurant
#3michelinstars
#wortheverysinglepenny
#travelmakesushungry
#travelmakesushumble

แบ่งปันความสุข
  • 12
  •  
  •  
    12
    Shares

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *