ความรัก

ความรักคืออะไร ความรักหน้าตาเป็นอย่างไร ความรักส่งผ่านถึงกันได้จริงไหม ก่อนหน้านี้ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความรักอันยิ่งใหญ่ ความรักที่มหาศาล รักที่ท่วมท้นมากกว่าชีวิตของตัวเองจะมีลักษณะเป็นอย่างไร…เอาล่ะ เนื่องในวันแห่งความรัก ฉันขอนำเรื่องราวของความรักอันยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนชีวิตของฉันไปตลอดกาลมาเล่าให้ฟัง…

ก่อนที่ตาจะมีลูกเป็นเด็กชายซีเรีย คุณนายแม่คนสวยของตาหมายมั่นปั้นมือและตั้งตารออย่างเต็มที่ที่จะเกษียณราชการเพื่อมาเลี้ยงหลาน หลังจากที่รอคอยการมาเกิดของเด็กชายคนนี้อย่างเนิ่นนาน ในที่สุดเมื่อสมหวังสมปรารถนา คุณแม่ของฉันที่ได้กลายเป็นคุณยายเรียบร้อยก็เสียสละตนย้ายเข้ามาอยู่บ้านตาเพื่อเลี้ยงหลานให้เต็มเวลาแบบทุ่มเทสุดๆ ทำให้ฉันเองก็สบายใจหมดห่วงในทุกวันที่ไปทำงาน สบายใจว่าซีเรียได้รับการดูแลจากคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก และคุณยายก็สามารถดูแลหลานชายตัวน้อยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เพียงแต่เท่านั้นคุณยายยังทำกับข้าวให้ทุกคนในบ้าน ดูแลเรื่องซักรีดเสื้อผ้า ดูแลเรื่องความสะอาดของบ้าน ฯลฯ เรียกว่าทำได้ทุกอย่างในบ้านด้วยตัวคนเดียวประหนึ่งซูปเปอร์วูแมน เรื่องราวดำเนินไปด้วยดีจนกระทั่งช่วงที่ซีเรียเริ่มคลานเราก็เริ่มมองหาแม่บ้านมาช่วยคุณยาย เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเด็กผู้ชายที่คลานได้คล่องว่องไวแล้วนั้นแสนจะซุกซนและจะทำให้คุณยายเหนื่อยเพียงใด แต่จนแล้วจนรอดก็หาไม่ได้ไม่ลงตัวสักที คุณยายก็แสนดีบอกว่าไม่เป็นไรๆ ค่อยๆ หาไปแม่ไม่รีบ แม่ดูหลานไหว ไม่มีปัญหา….

แต่แล้ววันหนึ่งในเดือนกันยายน เมื่อซีเรียมีอายุได้ 7 เดือนไม่กี่วัน ตื่นเช้ามาฉันก็ไปเคาะห้องบอกแม่ตามปกติว่าจะไปทำงานแล้วนะคะ ซีเรียยังหลับอยู่ฝากแม่ดูหน่อยนะคะ คุณยายซึ่งยังนอนอยู่ก็รีบตื่นบอกว่าไปเถอะๆ เดี๋ยวแม่จัดการเอง ฉันเองก็ออกไปทำงานอย่างสบายใจเป็นปกติ และวันนั้นก็ยังได้บอกคุณยายไว้ว่าจะกลับเย็นหน่อยเพราะมีธุระนัดกับเพื่อนและคุณตาทำงานเสร็จก็จะมาช่วยเลี้ยงตอนเย็น ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร คุณยายก็บอกว่าโอเคไปเลยคุณยายคุณตาดูแลหลานได้สบายมาก

ปกติระหว่างวันในการทำงาน ฉันและปะป๊าซีเรียจะโทรมาหาคุณยายวันละหลายรอบ คุณยายก็ตามประสาผู้ใหญ่ บางทีก็รับบ้างไม่รับบ้าง เห็น missed call แล้วเพิ่งจะรู้ในอีกสองวันถัดไปบ้าง แต่วันนั้นแค่วันนั้นวันเดียวในตลอดเจ็ดเดือน….ที่เราไม่ได้โทรหาคุณยาย และกระทั่งคุณตาเองที่โทรหาคุณยายวันละหลายครั้งต่อวันก็ไม่ได้โทรหาเช่นกัน ไม่มีใครโทรหาคุณยายเลยตลอดระยะเวลาตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงบ่ายสามโมงเย็น

เวลาสี่โมงเย็นก่อนเลิกงาน ฉันได้รับโทรศัพท์จากคุณตา ที่ปกติไม่เคยโทรหาในเวลางานแบบนี้ คุณพ่อพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่าให้รีบกลับบ้านด่วน กลับบ้านเดี๋ยวนี้ แม่แย่แล้ว แม่แย่มากๆ แล้วพ่อก็วางหูไป ฉันตกใจมากแต่ก็รีบลุกจากโต๊ะทำงานแล้วพุ่งดิ่งกลับบ้าน (โชคดีที่บ้านกับที่ทำงานใกล้กันพอควร) ระหว่างทางกลับบ้านฉันโทรหาพ่ออีกทีว่าแม่เป็นอะไร พ่อเองก็ดูเหมือนว่ากำลังวุ่นวายและไม่รู้จะอธิบายยังไง ได้แต่พูดว่าแม่ล้มๆ แม่แย่แล้ว เรียกรถพยาบาลเลย เพื่อนที่ทำงานก็แสนดีช่วยเรียกรถพยาบาลให้ในขณะเดียวกันฉันก็โทรเรียกป่ะป๊าซีเรียกลับบ้านด่วนที่สุด ให้ยกเลิกนัดทั้งหมด เมื่อกลับถึงบ้านสิ่งแรกที่ฉันเห็นคือประตูบ้านที่เปิดทิ้งค้างไว้ นำ้จากท่อแอร์ที่ท่วมล้นจากชั้นสองของบ้านไหลมาชั้นล่างนองเนือง ฉันรีบกระโดดขึ้นบ้านไปชั้นสอง ภาพที่ปรากฎต่อสายตาคือ คุณตากำลังพยายามประคองคุณยายที่นอนนิ่งขยับเขยื้อนตัวไม่ได้ขวางประตูห้องนอน เมื่อคุณตาเห็นฉัน…สิ่งแรกที่คุณตาพูดคือซีเรียอยู่ในห้องให้รีบไปดูซีเรีย โชคดีที่เวลาเดียวกันกับที่ฉันถึงบ้านรถพยาบาลก็มาถึงพอดี บุรุษพยาบาลมาเคลื่อนย้ายคุณยายที่ตาเบิกโพลงแต่พูดไม่ได้ออกไป ส่วนฉันก็รีบไปอุ้มซีเรียที่ตัวสั่นเทาด้วยความตกใจรีบตามไปโรงพยาบาลด้วยกัน

คุณตาเมื่อได้สติก็เล่าให้ฉันฟังว่า เมื่อคุณตามาถึงบ้านตอนเกือบๆ สี่โมงเย็นสภาพบ้านก็ไม่ได้ต่างจากที่ฉันเห็น คุณตาตกใจมากคิดว่าต้องมีเหตุผิดปกติอะไรแน่ๆ จึงรีบกระโดดขึ้นบ้านไปชั้นสอง สิ่งที่ได้พบคือ คุณยายที่นอนแน่นิ่งขยับไม่ได้อยู่คาประตูห้องนอนใหญ่ของฉัน ห้องนอนคุณยายประตูเปิดทิ้งไว้พร้อมแอร์ที่ยังไม่ได้ปิด และเด็กชายซีเรียอายุเจ็ดเดือนเศษที่คลานวนอยู่รอบๆ ตัวไม่ห่างไปไหน คุณยายเมื่อเห็นคุณตาก็ดีใจมากพูดขึ้นว่า “ซีเรีย ซีเรีย” แล้วก็น็อคไป…พูดอะไรไม่ได้อีกเลยหลังจากนั้น คุณตาเห็นสภาพซีเรียที่ก้นเปรอะไปด้วยอึก็จับไปล้างแล้วก็เอาไปวางบนเตียงในห้องนอน ส่วนฉันก็มาถึงพอดี และนี่คือเวลาสี่โมงเกือบครึ่งที่รถพยาบาลมารับ คุณยายกับซีเรียเป็นอะไร เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วระหว่างนั้นอยู่กันยังไง…นี่คือสิ่งที่ไม่มีใครรู้

เราทุกคนไปทราบจากหมอว่าคุณแม่มีลิ่มเลือดอุดตันในเส้นเลือดใหญ่ และเส้นเลือดใหญ่บริเวณคอปริแต่ยังไม่แตก แต่ก็ร้ายแรงพอที่จะส่งผลให้เนื้อที่สมองส่วนใหญ่ไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงเป็นเวลานานมากกก จากการสังเกตวัตถุพยานในที่เกิดเหตุทั้งหมด เช่น นมมื้อเช้าที่ซีเรียยังไม่ได้ดื่มเลย แอร์ห้องนอนคุณยายที่ยังไม่ได้ปิด ชุดนอนที่ยังไม่ได้เปลี่ยน ก็พอจะเดาเวลาได้ว่าเหตุร้ายน่าจะเกิดตั้งแต่เวลาแปดโมงครึ่งตอนเช้าหลังที่หม่ามี้ตาไปทำงาน เมื่อถึงมือหมออยู่ห้องฉุกเฉินได้รับอ๊อกซิเจน…คุณยายก็รู้สึกตัวมากขึ้น พูดได้ขึ้นมาบ้างแต่จำชื่อลูกทั้งสองคนของตัวเองไม่ได้เลย จำชื่อหลานไม่ได้ จำชื่อสามีตัวเองก็ไม่ได้ ขาและมือข้างขวาไม่มีความรู้สึก ตัวฉันเองเริ่มใจเสียและร้องไห้ แต่สิ่งที่คุณยายจำได้คือหลานชาย คุณยายเมื่อเห็นหน้าก็เฝ้าแต่ถามว่าลูกเธอล่ะ ลูกเธอล่ะ ลูกเธอเป็นไง แม้จะไม่สามารถเอ่ยชื่อซีเรียได้ก็ตาม…..

อาจจะเป็นเพราะผลบุญที่คุณยายทำมาทำให้ได้เจอกับอาจารย์หมอที่เก่งกาจที่สามารถรักษาอาการที่สาหัสจากจำอะไรไม่ได้เลย พูดไม่รู้เรื่องเลย พูดไม่ได้เป็นประโยค บังคับมือและขาทั้งสองข้างไม่ได้ เป็นผู้ป่วยหนักต้องดูแลอย่างใกล้ชิด (นอนโรงพยาบาลไปยี่สิบกว่าวัน) ภายในสามวันคุณแม่เริ่มจำอะไรได้มากขึ้น และฉันก็ได้ถามคุณยายทั้งน้ำตาว่าเกิดอะไรขึ้นเหรอแม่….และนี่คือสิ่งที่คุณยายเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในวันนั้น

“เวลาแปดโมงเล็กน้อยหลังจากที่ตาไปทำงาน คุณยายก็ลุกไปเตรียมนมให้ซีเรียที่ชั้นล่างของบ้าน ยังไม่ทันเทนมแม่จากถุงลงขวดเสร็จ ซีเรียก็ตื่นและร้องไห้จ้าขึ้น คุณยายรีบขึ้นไปดูซีเรียที่ห้องนอนชั้นสองของบ้านก็เลยรู้ว่าซีเรียร้องไห้เพราะอึเต็มก้น คุณยายเลยจับซีเรียถอดเสื้อผ้าจะอาบน้ำให้ ถอดผ้าอ้อมไปแล้วยังไม่ทันจะถอดเสื้อ จังหวะนี้เองคุณยายรู้สึกจะล้มยืนไม่ไหว คุณยายเลยค่อยๆ วางซีเรียลงกับพื้น และคุณยายก็ล้มลงขยับตัวไม่ได้อีกเลย ทั้งสองคนทั้งคุณยายและซีเรียอยู่ด้วยกันที่โถงหน้าห้องน้ำชั้นสองติดกับบันไดขึ้นลงของบ้าน ซีเรียเมื่อคุณยายไม่ได้ล้างก้นและล้มลงก็ร้องไห้จ้า คุณยายที่ขยับตัวไม่ได้เลยก็ได้แต่พร่ำเรียกชื่อซีเรีย ซีเรีย ซีเรีย ตลอดเวลาเพื่อให้ซีเรียคลานอยู่รอบตัวไม่คลานไปไหน ไม่คลานไปใกล้บันได แต่เวลาที่ขยับตัวไม่ได้มันช่างเนิ่นนาน และซีเรียก็ไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า ซีเรียเลยร้องไห้บ้าง คลานไปหาคุณยาย เขย่าคุณยาย จับคุณยายบ้าง คลานไปฉีกหนังสือมากินแทนนมบ้าง ร้องไห้จนหลับไปแล้วตื่นมาบ้าง แต่คุณยายนั้นไม่ได้หลับและไม่กล้าจะหลับตาเลย คุณยายมอบพลังชีวิตที่เหลือทั้งหมดให้แก่ซีเรียเพียงผู้เดียว ยายพร่ำเรียกแต่ซีเรียตลอดเวลา เรียกหาแต่ซีเรียให้เข้ามาใกล้ๆ ไม่ให้คลานไปทางบันได (ซึ่งใกล้มากๆ คลานไม่เกินหนึ่งนาทีถึง) เรียกชื่อซีเรียตลอดเวลาเกือบแปดชั่วโมงที่อยู่ด้วยกัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เหลือที่ทำได้ในชั่วขณะนั้นมอบให้แก่ซีเรีย และเมื่อคุณตามาถึง คำแรกที่คุณยายพูดก็คือ “ซีเรีย” แล้วคุณยายก็พูดไม่ได้อีกเลย”

นั่นแหละ เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้ามันเกิดเรื่องราวที่เศร้ามากกว่านี้ ซีเรียคลานตกบันไดไป ชีวิตฉันและคุณยายจะเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าถ้าไม่ใช่ด้วยความรักอันล้นพ้นที่คุณยายมอบให้แก่ซีเรียแล้วเรื่องราวจะจบแบบนี้ไหม และด้วยความที่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน จิตที่ผูกพันกันอย่างแนบแน่น ก็เป็นเพราะซีเรียอีกนั่นแหละที่ทำให้คุณยายมีกำลังใจต่อสู้โรคภัยไข้เจ็บและทำกายภาพจนกระทั่งเดินและดูแลตัวเองได้อีกครั้ง แม้ว่าแขนข้างขวาจะใช้การไม่ได้อีกเลยก็ตาม

และนี่คือความรักอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่ฉันได้สัมผัสในชีวิตนี้ ขอบคุณคุณแม่ผู้แสดงให้เห็นว่าความรักนั้นมันช่างมีพลังอันมหัศจรรย์นัก ขอบคุณโชคชะตาที่ให้ฉันได้มีโอกาสเกิดเป็นลูกของแม่และได้รับแต่ความรักความปรารถนาดีของคุณแม่ตลอดมาและตลอดไป…

แบ่งปันความสุข
  •  
  •  
  •  

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *