ขอวีซ่าอิตาลีอันสุดหินต้องทำอย่างไรบ้าง

เล่าให้ฟังถึงการขอวีซ่าสเปนไปแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน แค่เห็นชุดขอเอกสารวีซ่าสเปนหลายคนก็อุทานเป็นภาษาต่างดาวแล้วว่ามันช่างเยอะ ช่างยากเสียเหลือเกิน เห็นเอกสารก็จะเป็นลมล้มชักแล้ว…อ่ะอ่ะ อย่าเพิ่งค่ะอย่าเพิ่ง เพราะการขอวีซ่าสเปนนั้นมันช่างเด็กๆ เบบี้มากๆ เมื่อเทียบกับการไปขอวีซ่าอีตาลีให้คนทั้งครอบครัวด้วยตนเอง ปีที่แล้วเมื่อบ้านเราไปขอนั้นบอกได้คำเดียวว่า “พัง” และ “เยิน” อย่างที่สุด เราไม่อยากให้ใครหัวเสีย หงุดหงิด หิวข้าว ตีอกชกหัวแบบบ้านเราอีกแล้ว เชิญเลยจ้า สรุปความครบถ้วนทุกประการไว้ให้ทุกท่านไว้แล้ว ณ เพจนี้….

— สาระควรรู้ก่อนไปยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวแบบครอบครัว —

สถานฑูตอิตาลีไม่ได้รับยื่นวีซ่าเองแต่ให้สัมปทานกับบริษัท VFS Global เป็นคนจัดการ
สำนักงานของ VFS Global ตั้งอยู่ที่ตึกสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 15 ยูนิต C สีลมคอมเพล็กซ์ 191 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก EMAIL: info.itth@vfshelpline.com โทร: +66 (02) 118 7001
เวลารับยื่นคำร้องขอวีซ่า: วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08:30 ถึง12:00 และ เวลา 13:00 ถึง16:00

 

>>> เอกสารที่ต้องเตรียมให้พร้อมสำหรับขอวีซ่าท่องเที่ยวแบบครอบครัว <<<

 

1. เอกสารใบสมัครวีซ่าเชงเก้นที่กรอกข้อความครบถ้วนและถูกต้องเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมลงลายมือชื่อผู้สมัคร สามารถโหลดฟอร์มใบสมัคร คลิกที่นี่ค่ะ

2. หนังสือเดินทางต้องมีอายุอย่างน้อย 6 เดือนนับจากวันที่ยื่นขอวีซ่า และต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 90 วันหลังจากระยะเวลาที่ขอวีซ่าหมดลง

3. สำเนาหน้าวีซ่าเชงเก้นที่เคยได้รับการอนุมัติในอดีต

4. รูปถ่ายพื้นหลังขาวขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป ที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน (บ้านเราจะถ่ายรูปใหม่ทุกครั้งเมื่อต้องไปขอวีซ่าเพื่อความชัวร์ค่ะ…ตอนนี้มีรูปสองนิ้วเหลือเต็มบ้านเลย 555)

5. หลักฐานแสดงการจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับโดยหนังสือยืนยันการจองต้องมีหัวจดหมายของสายการบินด้วยและที่สำคัญต้องระบุชื่อผู้โดยสารชัดเจน

6. ถ้าถูกเชิญโดยเพื่อนชาวอิตาลีต้องมีจดหมายเชิญ สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของบ้านพร้อมลายเซ็นแนบมาด้วย

7. ใบยืนยันการจองโรงแรมตลอดการเดินทางที่มีระบุชื่อผู้สมัครวีซ่าในใบยืนยันนั้นด้วย ==> ข้อนี้นั้นจะยากยิ่งนักสำหรับการจองผ่านเว็บไซด์จองโรงแรมชื่อดังต่างๆ เพราะเวลาเราจองโรงแรมจากเว็ปจะได้แต่ใบจองที่มีแค่ชื่อเจ้าของ account คนเดียวเท่านั้น (ไม่งั้นเราก็ต้องจองหลายๆ หน โอ๊ย จะปวดหัวเกินไป) ตอนแรกบ้านเราคิดว่ามันน่าจะโอเค…เพราะจะให้ทำอย่างไรล่ะเวลาจองจากอโกด้ามันก็เป็นอย่างงี้…แต่จริงๆ แล้วมันไม่โอเค เจ้าหน้าที่จะไม่ปล่อยเราไปง่ายๆ เสียเวลาอย่างมากมาย แต่มันก็มีข้ออนุโลมสำหรับการไปเป็นครอบครัวซึ่ง VFS ไม่เคยได้บอกไว้ที่ไหน นั่นคือ ถ้าไปเที่ยวเป็นครอบครัวสามารถมีชื่อผู้จองโรงแรมคนเดียวได้ แต่ คุณต้องนำหลักฐานว่าเป็นครอบครัวเดียวกันซึ่งคือ ทะเบียนสมรสฉบับจริงพร้อมฉบับแปลไปยื่นด้ว….เตรียมมาเลยค่ะเตรียมมา แต่ถ้ามีเวลาวางแผนล่วงหน้าควรจัดการจองโรงแรมแต่เนิ่นๆ แล้วจองผ่านเว็ปไซด์ www.booking.com และ www.hotels.com (ไม่ได้ค่าโฆษณาใดๆ ทั้งสิ้น) ที่สามารถใส่ชื่อผู้เข้าพักทุกคนได้ในช่องรายชื่อแขกเข้าพัก (guest) เมื่อทำการจองเสร็จเรียบร้อยและมีรายชื่อโรงแรมอยู่ในช่องการจองของฉัน (My bookings) แล้ว ลองเข้าไปดูตรงรายละเอียดที่พักจะมีช่องให้แก้ไขได้ กดแก้ไขตรงจุดนี้แล้วใส่ชื่อนามสกุลของครอบครัวเราให้ครบทุกคนได้เลย แล้วทางเว็ปจะใส่ใบยืนยันมาให้ใหม่ที่มีชื่อที่เราในใบยืนยัน ส่วนของเว็บ www.hotels.com อนุญาติให้ทางผู้จองห้องติดต่อกับโรงแรมโดยตรงเพื่อส่งใบยืนยันที่มีรายชื่อแขกผู้เข้าพักทุกท่านได้เอง แต่ถ้าโรงแรมไม่ตอบกลับมา (โรงแรมส่วนมากก็ไม่ค่อยตอบเท่าไหร่…เค้าจะงงๆ เพราะประเทศยุโรปส่วนมากสามารถเดินทางไปมากมายหลายประเทศได้เลยแบบไม่ต้องมีวีซ่า เจอประเทศเล็กๆ กำลังพัฒนาอย่างไรไปก็จะงงมากว่าอะไรกันนักหนา) ก็ใส่ชื่อทุกคนในช่อง Special requests ได้เลยเช่นกันค่ะ (ซึ่งวิธีการนี้ใช้กับ www.agoda.com ได้ค่ะ) เจ้าหน้าที่ต้องการแค่มีชื่อใบยืนยันให้ตรงกับชื่อผู้ยื่นขอวีซ่าเท่านั้นจริงๆ

8. ใบสรุปข้อมูลการเดินทางอย่างครบถ้วนทุกวัน (itinerary) โดยปกติหม่ามี้ตาจะทำเป็นไฟล์ excel ที่มีข้อมูลต่อไปนี้ 1. วันที่เดินทาง 2. เมืองที่ไป 3. ชื่อโรงแรมที่เข้าพัก 4.ที่อยู่ของโรงแรมนั้น 5.เบอร์โทรศัพท์ 6. จองผ่านเว็ปอะไร 7. เลขที่ยืนยันโรงแรม 8. โรงแรมมีอาหารเช้าด้วยไหม 9. เป็นหนึ่งหรือสองห้องนอน 10. ราคา 11. การเดินทางไปถึงว่าเราใช้การเดินทางอย่างไร (เครื่องบิน, รถไฟ, รถยนต์ ฯลฯ และระบุไฟล์ทไปด้วยเลย) ซึ่งเป็นไฟล์ออลอินวัน เบ็ดเสร็จในจุดเดียว มีครบทุกข้อมูลที่ต้องการ แถมทำเป็น excel ไว้จะช่วยให้สะดวกรวดเร็วในการคิดคำนวณค่าใช้จ่ายและงบประมาณการเดินทางทั้งทริปได้อย่างสะดวกรวดเร็วอีกด้วย (ใครอยากได้ไฟล์ฟอร์แมทนี้ inbox มาขอได้นะคะ ยินดีส่งให้ใช้กันค่ะ) แต่เวลายื่นวีซ่าก็ซ่อนข้อมูลที่ไม่จำเป็นสำหรับสถานฑูตแต่จำเป็นสำหรับเราไว้ (เช่นค่าห้องพัก) จะสะดวกมากๆ เลยค่ะ

9. หลักฐานที่แสดงว่าผู้ยื่นขอวีซ่ามีฐานะทางการเงินที่มั่นคงเพียงพอซึ่งมีเอกสารที่ต้องเตรียม 2 อย่างได้แก่
9.1 บันทึกรายการเคลื่อนไหวบัญชีย้อนหลัง 3 เดือน รายการล่าสุดไม่เกิน 7 วัน นับจากวันที่ยื่นคำร้อง (ถ้าจะโยกเงินจากบัญชีอื่นมาก็โปรดคำนึงถึงเรื่องระยะเวลาก่อน 7 วันนี้ด้วยนะคะ) โดยเงินคงเหลือในบัญชี จะต้องมีเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในประเทศอิตาลีตามระยะเวลาที่เราจะไป ถ้าเป็นบัญชีพ่อแม่ที่ต้องรับรองให้ลูกด้วยก็ต้องมีเงินในบัญชีเพียงพอสำหรับลูกๆ ด้วย สำหรับการขอให้เด็กๆ ก็ต้องขอเอกสารรายการเดินบัญชีแนบกับใบสมัครเท่าจำนวนบุตรค่ะ
9.2 จดหมายรับรองสถานะทางการเงินจากทางธนาคารที่มีอายุไม่เกิน 15 วันนับจากวันที่ยื่นคำร้อง (อันนี้จำเป็นต้องใช้เลยนะคะ จะใช้แต่รายการเดินบัญชีไม่ได้เด็ดขาด ถูกไล่ไปทำแล้วมายื่นใหม่เลยนะคะ ท่านจะเสียเวลามากๆ) และถ้าต้องรับรองสถานะทางการเงินของบุตรด้วยก็ต้องของเอกสารรจดหมายรับรองที่ระบุชื่อลูกของเราในจดหมายให้ทุกคนมาด้วยคนละ 1 ชุด

10. จดหมายรับรองการทำงานของผู้สมัคร ที่ระบุชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง เงินเดือน ระยะเวลาการทำงาน เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งระบุว่าจะลาพักผ่อนไปในช่วงเวลาใด กลับมาทำงานเมื่อไหร่ (ให้ตรงกันช่วงเวลาเดินทางที่เรายื่นขอไว้) ที่มีอายุไม่เกิน 1 เดือน โดยหนังสือรับรองต้องพิมพ์ในกระดาษหัวจดหมายของบริษัทที่มีที่อยู่ของบริษัทชัดเจน ผู้มีอำนาจในการออกจดหมาย (เช่น ผู้จัดการฝ่ายบุคคล) ลงนาม

11. ทะเบียนบ้านฉบับจริงพร้อมสำเนาและฉบับแปลของผู้สมัครทุกท่าน (เช็คลิสต์ภาษาอังกฤษบอกต้องเอาตัวจริงไปด้วยนะค้า อันใหม่ภาษาไทยบอกไม่ต้อง เอ๊ะยังไง เอาไปเผื่อดีกว่า) ==> สามารถแปลเองได้ ไปโหลดฟอร์มได้ คลิกที่นี่ค่ะ

12. ถ้าเปลี่ยนชื่อเอาสำเนาเอกสารที่แจ้งเปลี่ยนชื่อพร้อมฉบับแปลไปยื่นด้วย

13. กรมธรรม์ท่องเที่ยวในชื่อผู้สมัครที่วงเงินคุ้มครองอย่างต่ำ 30,000 ยูโร (1,200,000 บาท) โดยต้องทำกับบริษัทประกันที่ทาง EU รับรองเท่านั้นนะคะ

14. สําเนําหนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน 2 ฉบับ สำเนาวีซ่าสหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา, เชงเก้นวีซ่าและแคนาดาที่มีอย่างละ 1 ฉบับ หากวีซ่าเหล่านี้อยู่ในหนังสือเดินทางเล่มก่อนหน้านี้ก็ให้ใช้สำเนาหนังสือเดินทางเล่มก่อนหน้าด้วยเล่มละ 1 ฉบับ

15. พิมพ์เช็คลิสต์มาเพื่อตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วน (หลายอันไม่มีในเช็คลิสต์ จะบ้าตาย 555)

****พิเศษสำหรับการเดินทางกับเด็กๆ นี่คือเอกสารที่ต้องเตรียมเพิ่มเติม****

16. จดหมายยืนยันรับรองค่าใช้จ่ายของบุตรทั้งหมด ลงนามโดยพ่อแม่ทั้งสองคน (อันนี้ร่างจดหมายได้เองเป็นภาษาอังกฤษค่ะ)

17. สูติบัตรตัวจริงพร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ (แปลได้ด้วยตนเอง)
ทะเบียนตัวจริง ตัวสำเนา พร้อมฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ (เพื่อพิสูจน์ว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ มีที่อยู่เดียวกันเป็นหลักแหล่ง)

18. เอกสารรับรองการเป็นนักเรียนจากโรงเรียนต้นสังกัดเป็นภาษาอังกฤษ โดยต้องเป็นเอกสารที่มีหัวจดหมาย ที่อยู่โรงเรียน เบอร์โทรศัพท์โรงเรียน ข้อความให้อนุญาตในการขาดเรียน (ถ้าไปเวลาเปิดเทอม) ชื่อและตำแหน่งของผู้มีอำนาจลงนามพร้อมลายเซ็น

19. จดหมายรับรองการทำงานของผู้ปกครองไว้สำหรับแนบกับเอกสารไปสมัครของลูก (ขอมาให้พอดีกับจำนวนบุตร)

20. เอกสารแสดงสถานะทางการเงินที่พ่อแม่ขอเตรียมไว้ให้ (มี 2 อย่างคือ บันทึกรายการเคลื่อนไหวบัญชีย้อนหลัง 3 เดือน และ จดหมายรับรองสถานะทางการเงินจากทางธนาคารที่มีอายุไม่เกิน 15 วันที่มีระบุชื่อของลูกที่เรารับรองด้วยตามที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 9)

21. ทะเบียนสมรสพร้อมกับฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ (เอาไว้ใช้เผื่อเรื่องการจองโรงแรมและการพิสูจน์ความสัมพันธ์สามีภรรยา)

22. ผู้สมัครต้องเซ็นชื่อในหน้า 3 และ 4 ของใบสมัครด้วยตนเองด้วยปากกาสีน้ำเงินเท่านั้น โดยในเคสของเด็กๆ พ่อแม่ต้องเป็นผู้เซ็นลงนามคู่กันในหน้า 3 และ 4 เท่านั้น

23. สำหรับการยื่นเรื่องให้ลูกๆ นั้น เนื่องจากเด็กเล็กๆ ยังไม่มีชื่อบัญชีเป็นของตนเองจึงต้องใช้บันทึกรายการเคลื่อนไหวบัญชีย้อนหลัง 3 เดือน รายการล่าสุดไม่เกิน 7 วันของผู้ปกครอง (ทั้งสองท่าน ใน checklist เขียนว่า both parents แต่ถ้าทั้งครอบครัวมีผู้มีความมั่นคงทางการเงินท่านเดียว…ท่านผู้นั้นก็ต้องทำเอกสารรับรองให้ทั้งครอบครัวค่ะ)

@@@ ข้อควรรู้ & ข้อควรปฏิบัติ @@@

– สูติบัตร ทะเบียนบ้านและทะเบียนสมรสตัวจริงพร้อมฉบับแปลเป็นเอกสารสำคัญและจำเป็นมากๆ สำหรับการไปเที่ยวอิตาลีแบบครอบครัวพร้อมเด็กๆ เพราะทางสถานฑูตจะพิจารณาความสัมพันธ์ว่าเป็นสามีภรรยาพ่อแม่ลูกกันจริงๆ ไหม ขโมยเด็กหรือเปล่าจากเอกสารเหล่านี้

– ผู้สมัครทุกคนต้องไปยื่นวีซ่าด้วยตนเองเท่านั้น จะเด็กเล็กขนาดไหนก็ต้องไปค่ะ (เด็กๆ จะเบื่อมากกกกโปรดเตรียมตัวและเตรียมอุปกรณ์แก้เบื่อ (ที่ไม่ใช่มือถือหรืออุปกรณ์อิเลคโทรนิคส์) ให้ลูกๆ ไว้เลย เพราะใช้เวลานานสุดๆ)

– เดี๋ยวนี้ระบบดีขึ้นเพราะสามารถนัดหมายเวลาล่วงหน้าในการไปทำวีซ่าได้
การเข้าไปนั่งรอยื่นขอวีซ่าที่ VFS จะมีกฎห้ามเปิดโทรศัพท์มือถือนะคะ แล้วการพิจารณาเอกสารจะใช้เวลานานมากๆ แนะนำว่าควรเอาหนังสือไปอ่านด้วยค่ะ

– เด็กต่ำกว่า 6 ขวบไม่เสียค่าธรรมเนียมวีซ่าและแต่ต้องเสียค่าบริการของ VFS ด้วย

– ค่าดำเนินการของวีซ่าถ้าเป็นผู้ใหญ่ราคา 2,335 บาท เด็ก 6-12 ขวบ ราคา 1,362 บาท พร้อมต้องชำระค่าบริการของ VFS จำนวน 500 ต่อคนด้วย ทั้งค่าวีซ่าและค่าบริการต้องชำระด้วยเงินสดเท่านั้น (เตรียมเงินไปให้พอนะคะ ถ้าต้องวิ่งลงมาหาแบงค์กดสตางค์จะเสียเวลามากๆ ค่ะ)

– การทำเอกสารแต่ละชุดของแต่ละคนควรไฮไลท์สีของชื่อผู้สมัครในเอกสารแนบต่างๆ ทุกเอกสารด้วย (กรมธรรม์, ใบจองโรงแรม, เอกสารทางการเงิน, ตั๋วเครื่องบิน, สูติบัตร ฯลฯ) เพราะถ้าเราไม่ไฮไลท์ไป เจ้าหน้าที่ก็จะต้องนั่งไฮไลท์ให้ทีละชุดใบสมัครทีละเอกสารแนบอยู่ดี (เสียเวลามากๆ เลยละคะ)
ถ้าจะไปเที่ยวช่วงสงกรานต์ ไม่อยากเสียเวลากับการไปติดต่อขอวีซ่าเป็นวันๆ
– กรุณาไปยื่นเรื่องขอวีซ่าในช่วงต้นเดือนมกราคมนะคะ เพราะหลังจากนั้นนี่แค่ต่อคิวผู้คนที่มาขอวีซ่าก็เหนื่อยแล้วค่า ลางานไปวันเต็มๆ นี่ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะเสร็จเรียบร้อยได้ยื่นวีซ่าหรือเปล่า

– แต่ถ้าอยากทำวีซ่าแบบสะดวก รวดเร็ว มีห้องรับรองต่างหาก มีขนมเครื่องดื่มพร้อม มีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างดี จ่ายไปเลยค่ะสำหรับบริการห้องรับรองพิเศษที่มีค่าบริการคนละ 2,200 บาท รวมภาษี ต่อผู้สมัคร 1 ท่าน

แบ่งปันความสุข
  •  
  •  
  •  
  •  

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *