การเดินที่เปลี่ยนชีวิต

ถ้าได้อ่านเรื่องราวของบ้านเราบ่อยๆ แล้วคงจะเห็นได้ว่าทักษะอย่างหนึ่งที่บ้านเราให้ความสำคัญอย่างมากคือ “การเดิน” ลูกๆ ทั้งสองจะถูกฝึกให้เดินทั้งใกล้และไกลอย่างสม่ำเสมอ หลายคนคงจะถามว่า เด็กเล็กๆ อายุแค่ไม่กี่ขวบจะเดินไหวเหรอ เด็กน้อยตัวจิ๋วจะเหนื่อยไปไหม ทรมานเด็กเกินไปหรือเปล่า หม่ามี้ตาขอตอบว่า การเดินนั้นเป็นทักษะที่ต้องอาศัยการฝึกฝนนะคะ ไม่มีใครสามารถเดินทางไกลในเส้นทางเดินอันขรุขระได้ตั้งแต่อ้อนแต่ออก และสำหรับซีเรียและเซเล่นั้น…เนื่องจากป๊าเป็นสายเดิน ป๊าชอบเดินมากๆ เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของการเดินว่าเที่ยงตรง กำหนดเวลาได้มากที่สุด และเป็นการออกกำลังกายที่ดี ดังนั้นตั้งแต่ตอนที่หม่ามี้ท้องซีเรีย เราสองคนไปเที่ยวที่ซิดนีย์ตอนที่อายุครรภ์ใกล้จะหกเดือน ป๊าก็ให้ใช้วิธีการเดินเที่ยวทั่วเมืองเป็นหลัก คุณป๊าให้สาวท้องแก่อย่างดิฉันเดินไปเดินมาวันละหลายกิโลพร้อมแบกกระเป๋ากล้องไปด้วยอยู่เกือบอาทิตย์ ถามว่าเหนื่อยไหม…ก็เหนื่อยนะคะ แต่สนุกซะมากกว่า และก็ทำได้โดยไม่มีอันตรายใดๆ ร่างกายคนท้องกลับแข็งแรงขึ้นซะอีก

เมื่อซีเรียเริ่มโตพอและเดินได้เองอย่างแข็งแรง เวลาเราไปไหนมาไหนก็เริ่มจะฝึกให้ซีเรียเดินเองโดยเริ่มจากใกล้ๆ ก่อน แล้วค่อยพัฒนาให้ไกลออกไปทีละเล็กทีละน้อย ก็เดินได้บ้างไม่ได้บ้าง อ้อนให้อุ้มบ้างตามประสาเด็กน้อย แต่ก็มีสถานที่แห่งหนึ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของซีเรีย เป็นสถานที่ที่อัพเลเวลสกิลการเดินของซีเรียขึ้นมาอย่างฉับพลันทันใด (เหตุเพราะความผิดพลาดของหม่ามี้ล้วนๆ) นั่นคือ การเดินไปตามหา Glacier ที่ Mt. Cook ประเทศนิวซีแลนด์ โดยแรกเริ่มนั้นหม่ามี้จะไปเดินกับเพื่อนสนิทที่ไปเที่ยวด้วยกันแค่สองคน จะให้ป๊าดูซีเรียกับเซเล่ให้ แต่เมื่อถามหันมาถาม ซีเรียก็บอกว่าอยากไปด้วย เอ้า..ไปก็ไป คิดในใจว่าถ้าเหนื่อยแล้วก็กลับแล้วกัน ก็พากันไปหมดเลยห้าคน มีหม่ามี้ ป๊า คุณป้าเพื่อนสนิท ซีเรีย และเซเล่น้อยอายุขวบกว่าๆ นั่งสบายอยู่บนรถเข็น เราเลือกเส้นทาง Hooker Valley Track (http://www.doc.govt.nz/Documents/parks-and-recreation/tracks-and-walks/canterbury/Aoraki/walking-and-cycling-tracks-in-aoraki-mt-cook.pdf) เพราะจะได้เห็น Glacier มี swing bridge ให้เด็กๆ ตื่นเต้นตั้ง 3 อัน และเจ้าหน้าที่บอกว่าเส้นทางนี้เดินง่าย (แต่พลาดตรงไม่ได้ฟังว่าระยะทางกี่กิโล) เริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่สิบเอ็ดโมงเช้าหลังกินอาหารตอนสายๆ เสร็จ และคิด (ไปเอง) ว่าไม่ต้องเตรียมอะไรไปหรอก เดินแป๊บเดียวคงออกมาแล้ว แต่ก็ยังโชคดีได้เตรียมแครกเกอร์ไป 1 ถุงและน้ำไป 2 ขวด (เท่านั้น) เดินไปเรื่อยๆ สองข้างทางสวยงามมากจริงๆ ทั้งลำธาร ทั้งสะพานแขวน เด็กๆ ทั้งสองคนตื่นเต้นกันมาก ผ่านสะพานที่หนึ่งป๊าก็ถามซีเรียว่าจะกลับไหม ซีเรียบอกว่าไม่จะไปต่อ ผ่านสะพานที่สองและสามซีเรียก็ยังยืนยังคำเดิม หม่ามี้เลยบอกป๊าว่าไหนๆ มาถึงนี่แล้วเดินต่อไปอีกหน่อยให้เห็นธารน้ำแข็งเลยแล้วกัน แต่เมื่อระยะทางไกลขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับความร้อนและความหิวที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆตามระยะทางและเวลาที่ผ่านไป เมื่อถึงจุดที่รถเข็นไปต่อไม่ได้ต้องจอดทิ้งไว้ ซีเรียก็เริ่มงอแง บ่นเมื่อยและเหนื่อยและหิว (แน่นอนล่ะเดินมามากกว่าสองชั่วโมง) แต่จังหวะนั้นมันเป็นโมเมนต์แบบกลับตัวก็ไม่ได้จะไปต่อไปก็ไปไม่ถึงแล้ว คนอื่นก็เดินกันไปหมดแล้ว เหลือแค่หม่ามี้ที่ต้องขอร้องแกมบังคับให้ซีเรียเดินต่อไปจนถึงจุดหมายที่คนอื่นไปถึงแล้ว (เพราะน้ำก็อยู่ที่ป๊าด้วย) ต้องใช้กลยุทธ์และการพูดทุกวิธีกว่าจะลากให้ซีเรียเดินไปจนถึงจุดชม Hooker Glacier ได้ เพราะป๊าห้ามไม่ให้ใครอุ้มซีเรียเด็ดขาด เน้นว่าซีเรียเลือกที่จะมาเอง ดังนั้นซีเรียต้องเดินเองให้ได้ !!! และหลังจากถูลู่ถูกังลากกันไปสองคนแม่ลูกจนถึงจุดชมธารน้ำแข็งอันขึ้นชื่อ Hoover Glacier แล้ว…ภาพที่เราทุกคนได้เห็นก็คือ Glacier ที่ละลายน้ำจนเหลือเหมือนเศษน้ำแข็งกระดำกระด่างจมอยู่ในน้ำสีไวตามิลล์ผสมโอวัลตินที่ดูสกปรก ขมุกขมัว มัวซัวมากๆ ที่สำคัญยืนชื่นชมความงามได้เพียงแค่แป๊บเดียวก็ต้องรีบออกเดินกลับทันที เพราะยามนั้นเป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้ว ปะป๊ากลัวว่าจะเดินกลับออกไปไม่ทันฟ้ามืด อากาศจะหนาวลงอีกเป็นสิบองศาเมื่อไม่มีแดด และจะอันตรายมากเพราะเราไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย ดังนั้น พักชื่นชมวิวไวตามิลล์ผสมโอวัลตินใส่น้ำแข็งได้ไม่เกินสิบห้านาทีก็ต้องรีบเดินต่อ ด้วยความหิวผสมความเหนื่อยล้าอย่างสุดกำลัง เดินไปได้สักไม่นานพี่ซีเรียก็เริ่มสะอื้นไห้จนหม่ามี้ต้องหยุดปลอบใจเป็นระยะ ซีเรียผู้ซึ่งกว่าจะพูดอะไรแต่ละประโยคต้องคิดและเรียบเรียงเรื่องราวในหัวเยอะแยะไปหมด ก็สะอื้นไปเดินไปพร้อมกับค่อยๆ พูดว่า

ซีเรีย: “หม่ามี้ ฮือ ฮือ ซีเรียมีอะไรจะถาม”
หม่ามี้: “ซีเรียจะถามอะไร ก็ถามมาสิลูก”
ซีเรีย: “ฮือ ฮือ ซีเรียมีอะไรจะถาม ฮือ ฮือ”
หม่ามี้: “ซีเรียจะพูดอะไรก็พูดเลยลูก ไม่ต้องกลัว หม่ามี้ฟังอยู่”
ซีเรีย: “ซีเรียจะถามว่า…ว่า ….เรามาทำอะไรกันที่นี่”

เมื่อพูดจบซีเรียก็ปล่อยโฮลั่นท่ามกลางวิวทุ่งหญ้าและภูเขาอันสวยงาม ด้วยความไวปานเหยี่ยว…คุณป้าสาวสวยที่รักของซีเรียทนไม่ได้เลยยอมขัดใจป่ะป๊า ขอขัดคำสั่งห้ามช่วยอุ้มวิ่งมาอุ้มซีเรียขึ้นบ่า พอขึ้นบ่าปุ๊บซีเรียก็หลับปั๊บเหมือนแบตหมดเลยทีเดียว……แต่คุณป้าที่รักก็อุ้มซีเรียเพียงแค่ระยะทางสั้นๆ เท่านั้น พอถึงจุดที่เราจอดรถเข็นและทิ้งขนมไว้ ซีเรียก็ตื่นลงมากินน้ำและแครกเกอร์เติมพลัง และก็เดินต่อไปเองจนถึงที่พัก

เหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อซีเรียอายุ 4 ขวบ 2 เดือน โดยใช้เวลาในการเดินไปทั้งสิ้นมากกว่า 7 ชั่วโมง (ปกติเค้าใช้เวลาเดินกัน 3 ชั่วโมง) เดินไปกลับด้วยระยะทาง 10 กิโล ซึ่งซีเรียเดินเองเกือบ 9 กิโล ตลอดระยะทางที่เดินไปกลับมีแต่ผู้คนถามป๊ากับหม่ามี้ว่าเค้าเดินเองเหรอ ไม่ต้องอุ้มเหรอ…very good ซีเรียฟังไม่ออกหรอกว่าเค้าพูดอะไรกันแต่พอมีคนพูดหลายๆ คนเข้าก็เริ่มถามว่าเค้าพูดถึงซีเรียใช่ไหม หม่ามี้ก็บอกว่าทุกคนเค้าชมว่าซีเรียเดินเก่ง ดังนั้นซีเรียต้องเดินไปให้ถึง ซีเรียก็เลยมีแรงฮึดเดินเองจนจบ

หลังจากการเดินทางไกล 9 กิโลในครั้งนั้น เวลามีใครถามว่าไปเที่ยวนิวซีแลนด์สนุกไหม ซีเรียจะรีบเล่าตลอดว่าซีเรียได้ไปเดินไกลมากกกก ตั้ง 9 กิโล ด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้มใจ และตั้งแต่นั้นเป็นต้องมา…ไม่ว่าจะไปเดิน trail ที่ไหนหรือไปเที่ยวที่ใด ซีเรียก็เดินได้เองตลอดไม่เคยขอให้อุ้มอีกเลย “แค่นี้เหรอ..สบายมาก” ซีเรียมักจะพูดอยู่เสมอ ^__^

#travelmakesushumble
#travelmakesusstrong
#เรื่องราวของการเดิน
#เป็นลูกป๊าต้องอึดบึกทน

แบ่งปันความสุข
  •  
  •  
  •  
  •  

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *